แพตช์ 2.5.6 ของ Burning Crusade Classic Anniversary มีจุดประสงค์เกือบทั้งหมดเพื่อรองรับระบบบริการที่สำคัญ แต่ก็นำการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้มาสู่แถบชื่อและเฟรมเรดด้วย การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดคำถามอย่างรวดเร็ว Blizzard จึงอธิบายว่าเหตุใดเกมที่จำลองยุคเก่ายังคงได้รับการอัปเดตส่วนติดต่อผู้ใช้ และผู้เล่นจะปรับการตั้งค่าใหม่สามรายการได้อย่างไรในตอนนี้
บลูโพสต์นี้มีใจความสำคัญสองข้อ Classic ยังคงใช้รากฐานทางเทคนิคร่วมกับ World of Warcraft ยุคปัจจุบัน จึงอาจได้รับการอัปเดตส่วนติดต่อผู้ใช้ในระดับระบบแบบเดียวกันเป็นครั้งคราว ขณะเดียวกัน Blizzard ก็ยอมรับว่าผู้เล่นต้องมีวิธีปรับองค์ประกอบเหล่านี้ให้เข้ากับการเล่นของตน คำสั่งแชตที่ใช้ได้ในแพตช์ 2.5.6 เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวก่อนจะมีการตั้งค่าอย่างเป็นทางการในเมนู Options
ทำไมส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Classic จึงเปลี่ยนไป
Classic ทุกเวอร์ชันที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบันใช้โค้ดร่วมกับ World of Warcraft ยุคปัจจุบัน Blizzard ระบุว่าความเชื่อมโยงนี้ช่วยให้ Classic รองรับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ มีตัวเลือกกราฟิกและการช่วยการเข้าถึงที่หลากหลายขึ้น แสดงผลจอกว้างได้อย่างถูกต้อง และเชื่อมต่อกับ Battle.net
รากฐานที่ใช้ร่วมกันยังหมายความว่าส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Classic ไม่ได้แยกขาดจากการพัฒนาฝั่ง Retail โดยสิ้นเชิง แม้กฎ เนื้อหา และการนำเสนอของเกมจะมุ่งรักษาบรรยากาศของยุคเก่า แต่การอัปเดตระบบร่วมก็ยังส่งผลต่อ Classic ได้
ประวัติของเฟรมเรดแสดงความแตกต่างนี้ได้ชัดเจน The Burning Crusade เวอร์ชันดั้งเดิมมีเพียงส่วนติดต่อที่ให้ผู้เล่นลากกลุ่มเรดออกมาเป็นมุมมองแยก เมื่อ WoW Classic เปิดตัวในปี 2019 เกมใช้เฟรมเรดสมัยใหม่จากยุค Battle for Azeroth ต่อมาแพตช์ 2.5.5 ของ Burning Crusade Classic Anniversary ใช้เฟรมจากยุค The War Within ส่วน 2.5.6 ปรับให้ตรงกับระบบปัจจุบันของ Retail ใน Midnight
เรื่องนี้ไม่ใช่การยกส่วนติดต่อผู้ใช้ของ Retail ทั้งหมดมาใส่ Classic แต่เป็นระบบทางเทคนิคที่ใช้ร่วมกันเวอร์ชันใหม่ ซึ่งผลที่ผู้เล่นมองเห็นได้ปรากฏอยู่ในแถบชื่อและเฟรมเรด
การตั้งค่าสามรายการใช้ผ่านคำสั่งแชตได้
Blizzard ระบุการตั้งค่าสามรายการที่เปลี่ยนได้ใน 2.5.6 ด้วยคำสั่ง /script ผู้เล่นควรพิมพ์แต่ละคำสั่งลงในช่องแชตของเกมให้ตรงตามที่แสดงด้านล่างทุกประการ
- แสดงสีประจำคลาสบนแถบชื่อของผู้เล่นฝ่ายศัตรู:
/script C_CVar.SetCVar("nameplateShowClassColor", 1); - แสดงสีประจำคลาสบนแถบชื่อของผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน:
/script C_CVar.SetCVar("nameplateShowFriendlyClassColor", 1); - ปิดเลเยอร์ตัวบ่งชี้การล้างเอฟเฟกต์บนเฟรมเรด:
/script C_CVar.SetCVar("raidFramesDispelIndicatorOverlay", 0);
สองรายการแรกช่วยให้แยกคลาสของผู้เล่นได้ง่ายขึ้นด้วยสีของแถบชื่อ รายการที่สามปิดการเน้นเอฟเฟกต์ที่ล้างได้บนเฟรมเรด Blizzard ไม่ได้ให้คำสั่งแยกสำหรับย้อนการตั้งค่า หรือรายละเอียดว่าการตั้งค่าคงอยู่แบบใดในโพสต์เดียวกัน จึงไม่ควรอนุมานพฤติกรรมเหล่านั้นจากคำสั่งสามบรรทัดนี้
คำสั่งเหล่านี้ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นส่วนติดต่อสุดท้าย Blizzard ระบุว่าคาดว่าจะนำการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องไปไว้ในเมนู Options ในช่วงสัปดาห์ถัดจากวันที่โพสต์ นั่นเป็นการประเมินเวลาแบบสัมพัทธ์ ไม่ใช่คำมั่นว่าจะเสร็จในวันที่ใดโดยเฉพาะ
แพตช์ 1.15.9 จะนำ Edit Mode ไปยัง Classic เวอร์ชันอื่น
ทิศทางของส่วนติดต่อผู้ใช้แบบเดียวกันกำลังจะมาถึง Classic Era, Season of Discovery และ Hardcore ด้วย Blizzard วางแผนแพตช์ 1.15.9 ไว้ในสัปดาห์ที่มีวันที่ 19 กรกฎาคม โดยการติดตั้งจะผูกกับช่วงปิดปรับปรุงประจำสัปดาห์ตามปกติของแต่ละภูมิภาค ถ้อยคำนี้ไม่ได้กำหนดเวลาเปิดใช้เดียวกันทั่วโลกหรือวันที่เผยแพร่ที่แน่นอนสำหรับทุกภูมิภาค
สิ่งใหม่ที่เห็นได้ชัดที่สุดในแพตช์คือ Edit Mode ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นจัดวางส่วนต่าง ๆ ของส่วนติดต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งแอดออนสำหรับเลย์เอาต์ทั้งหมด การอัปเดตนี้ยังมีแผนจะเพิ่มการเปลี่ยนแถบชื่อและเฟรมเรดที่คล้ายกับสิ่งที่นำมาใช้แล้วใน Burning Crusade Classic Anniversary 2.5.6
นี่เป็นก้าวที่มีความหมายสำหรับ Classic แต่ควรตีความอย่างจำกัด Blizzard ประกาศ Edit Mode และการเปลี่ยนส่วนติดต่อที่คล้ายกัน ไม่ได้ประกาศว่าจะนำคุณสมบัติ UI ของ Retail ทุกอย่างมาใช้กับ Classic ทุกเวอร์ชัน
แอดออนบางตัวอาจต้องอัปเดต
การเปลี่ยนแปลงของส่วนติดต่อระดับพื้นฐานยังสำคัญต่อผู้พัฒนาแอดออน Blizzard เตือนว่าแอดออนบางตัวอาจแสดงข้อผิดพลาดจนกว่าผู้พัฒนาจะออกเวอร์ชันที่รองรับ ไม่ได้หมายความว่าแอดออนทุกตัวจะหยุดทำงาน
API สำหรับแอดออนในแพตช์ 1.15.9 ถูกอธิบายว่าใกล้เคียงกับ API ใน Burning Crusade Classic Anniversary 2.5.6 อย่างมาก Blizzard สนับสนุนให้ผู้พัฒนาแอดออนทดสอบผลงานใน 2.5.6 ก่อน 1.15.9 จะเปิดใช้ ข้อจำกัดในถ้อยคำนี้สำคัญ เพราะคาดว่า API จะตรงกันเกือบทั้งหมด แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเหมือนกันทุกประการ
สำหรับผู้เล่น การเตรียมตัวที่ทำได้จริงคือเช็กอัปเดตของแอดออนสำคัญก่อนช่วงปิดปรับปรุงประจำสัปดาห์ และเตรียมใจว่าเลย์เอาต์บางส่วนอาจต้องปรับใหม่ หากแอดออนเริ่มแสดงข้อผิดพลาด ขั้นแรกควรตรวจสอบว่าผู้พัฒนาได้ออกเวอร์ชันที่รองรับ 2.5.6 หรือ 1.15.9 แล้วหรือยัง
ผู้เล่นควรติดตามอะไรต่อไป
สิ่งที่ควรจับตาในทันทีคือการนำการตั้งค่าไปไว้ในเมนู Options ว่าทั้งสามรายการค้นหาได้ง่ายหรือไม่ และทำงานเหมือนกับการใช้คำสั่งแชตหรือไม่ จากนั้นความสนใจจะเปลี่ยนไปที่การเปิดใช้แพตช์ 1.15.9 ในแต่ละภูมิภาค การทำงานของ Edit Mode ใน Classic และการอัปเดตแอดออน
คำอธิบายของ Blizzard ไม่ได้ขจัดความไม่สะดวกทุกอย่างจากการเปลี่ยนส่วนติดต่อ แต่ทำให้ทิศทางชัดเจนขึ้น เฟรมใหม่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโค้ดที่ใช้ร่วมกัน ส่วนตัวเลือกปรับแต่งมีเป้าหมายจะกลายเป็นการตั้งค่าที่มองเห็นได้ แทนที่จะเป็นคำสั่งที่ผู้เล่นต้องจดจำ
แหล่งที่มาและขอบเขต
บทความนี้เป็นบทสรุปที่ wow-anniversary.fi เรียบเรียงเองจากโพสต์ในฟอรัมอย่างเป็นทางการของ Blizzard ไม่ใช่การคัดลอกโพสต์ต้นฉบับโดยตรง