Wrath of the Lich King · Tier 10 · Icecrown Citadel
คู่มือเรด Icecrown Citadel
กลยุทธ์สำหรับบอส 12 ตัว การเตรียมทีม และประวัติการปรับที่มีบันทึกตั้งแต่ Wrath ดั้งเดิมจนถึง Wrath Classic
วิธีใช้คู่มือ
อ่านประวัติการปรับเรดและสรุปของบอสก่อนดูขั้นตอนละเอียด แต่ละส่วนแยกกลยุทธ์หลักที่ต้องทำ หน้าที่ของแต่ละบทบาท และกลไก Hard Mode หรือ Heroic ที่ต่างกันตามเวอร์ชัน
คู่มือนี้ใช้กับ Wrath เลเวล 80 ไม่รวม Classic เลเวล 60, Timewalking หรือการปรับสเกลคอนเทนต์เก่าในภาคเสริมหลังจากนั้น
Icecrown Citadel ตามลำดับความก้าวหน้าใน Wrath
ไฟต์ทั้ง 12 ของ Tier 10 พาผู้เล่นผ่านห้าโซนไปหา Lich King คู่มือแยกความต่าง Normal/Heroic จำนวนครั้งจำกัดในการลองบอสท้ายโซน และบัฟเรดที่เพิ่มจาก 5% เป็น 30% ตามเวลา
ลิงก์ด่วน
Icecrown Citadel: ประวัติการเนิร์ฟและปรับเปลี่ยน
ไทม์ไลน์แยกการปรับความยากโดยตั้งใจ กำหนดการเปิด การเปลี่ยนของรางวัลและระบบตามให้ทัน รวมถึงการแก้บั๊กจริง ไม่เติมตัวเลขก่อนและหลังการปรับด้วยการคาดเดา
| ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่มีบันทึก | ผลต่อการเล่น |
|---|---|---|
| แพตช์ 3.3 · 8 ธันวาคม 2009 | Icecrown Citadel ดั้งเดิมเปิดทีละโซน โดย Heroic และ Lich King ทยอยเปิดภายหลัง | กำหนดการเปิดจำกัดจังหวะความก้าวหน้า |
| 2 มีนาคม 2010 | Strength of Wrynn / Hellscream’s Warsong เริ่มทำงานที่ 5% | เพิ่มพลังชีวิต การฮีล และดาเมจ ผู้เล่นเลือกปิดบัฟได้ |
| 30 มีนาคม – 20 กรกฎาคม 2010 | บัฟเพิ่มครั้งละห้าจุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 10%, 15%, 20%, 25% และสุดท้าย 30% | เป็นการลดความยากทั้งเรดแบบค่อยเป็นค่อยไปที่มีบันทึกชัดเจน |
| Wrath Classic | Wrath Classic เปิดทั้ง 12 ไฟต์พร้อมกันทั่วโลกวันที่ 12 ตุลาคม 2023 ทั้ง Normal และ Heroic ไม่ได้เปิดทีละโซนรายสัปดาห์เหมือนดั้งเดิม | แยกการเปิดพร้อมกันของ Classic การเพิ่มบัฟเรด และฮอตฟิกซ์รายไฟต์ออกจากกัน |
ประวัติของบอสแต่ละตัวอ้างอิงไทม์ไลน์ของเรดนี้ และเสริมเฉพาะความต่างที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้นั้น
Icecrown Citadel: ลำดับการต่อสู้กับบอส
การต่อสู้ 1 / 12 · Icecrown Citadel
Lord Marrowgar
Lower Citadel · ช่วยคนจาก Bone Spike หลบ Coldflame และกระจายช่วง Bone Storm
ลำดับความสำคัญของเรด
- แทงก์ยืนซ้อนกัน
- ช่วยผู้เล่นออกจาก Bone Spike ทุกอันทันที
- DPS ระยะประชิดยืนภายในระยะตัวบอส แต่ยังต้องหลบไฟ
- ช่วง Bone Storm ให้กระจายตัวและอย่าอยู่ชิดบอส
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Lord Marrowgar สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Saber Lash, Bone Spike, Coldflame, Bone Storm
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
แทงก์ยืนซ้อนกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วยผู้เล่นออกจาก Bone Spike ทุกอันทันที หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
DPS ระยะประชิดยืนภายในระยะตัวบอส แต่ยังต้องหลบไฟ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วง Bone Storm ให้กระจายตัวและอย่าอยู่ชิดบอส หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 2 / 12 · Icecrown Citadel
Lady Deathwhisper
Lower Citadel · ลด Mana Shield จัดการลัทธิ และสลับแทงก์ตามความคุกคามช่วงที่ 2
ลำดับความสำคัญของเรด
- แบ่งกลุ่มรับศัตรูเสริมที่ประตูทั้งสองด้าน
- เน้นศัตรูที่ติด Empowered หรือ Deformed และขัดการร่ายของสายเวท
- ลดโล่ให้หมดเฉพาะตอนเคลียร์ศัตรูเสริมเรียบร้อย
- ช่วงที่ 2 สลับแทงก์เพราะ Touch of Insignificance: Normal ใช้ Taunt ได้ ส่วน Heroic ต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม วิ่งหนี Vengeful Shades และอย่าให้ชน
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Lady Deathwhisper สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mana Shield, Cult Fanatic และ Adherent, Death and Decay, Frostbolt และ Touch of Insignificance
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
แบ่งกลุ่มรับศัตรูเสริมที่ประตูทั้งสองด้าน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
เน้นศัตรูที่ติด Empowered หรือ Deformed และขัดการร่ายของสายเวท หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ลดโล่ให้หมดเฉพาะตอนเคลียร์ศัตรูเสริมเรียบร้อย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงที่ 2 สลับแทงก์เพราะ Touch of Insignificance: Normal ใช้ Taunt ได้ ส่วน Heroic ต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม วิ่งหนี Vengeful Shades และอย่าให้ชน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 3 / 12 · Icecrown Citadel
Icecrown Gunship Battle
Rampart of Skulls · แบ่งมือปืน ทีมบุกเรือ และหลบจรวด
ลำดับความสำคัญของเรด
- มอบหมายมือปืนสองคนและทีมบุกเรือ
- ยิง Axethrowers หรือ Riflemen และเรือศัตรู แต่ไม่ให้ปืน Overheat
- กระโดดไปหา Battle-Mage โดยให้แทงก์นำ แล้วกลับก่อนบัฟบอสสะสมอันตราย
- หลบเครื่องหมายจรวดบนดาดฟ้าเรือตัวเอง
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Icecrown Gunship Battle สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ ปืนใหญ่, Battle-Mage, แทงก์ทีมบุก, Rocket Artillery
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
มอบหมายมือปืนสองคนและทีมบุกเรือ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ยิง Axethrowers หรือ Riflemen และเรือศัตรู แต่ไม่ให้ปืน Overheat หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
กระโดดไปหา Battle-Mage โดยให้แทงก์นำ แล้วกลับก่อนบัฟบอสสะสมอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
หลบเครื่องหมายจรวดบนดาดฟ้าเรือตัวเอง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 4 / 12 · Icecrown Citadel
Deathbringer Saurfang
Deathbringer’s Rise · ลด Blood Power เก็บ Beasts และฮีลคนติด Mark
ลำดับความสำคัญของเรด
- ให้ DPS ระยะไกลกระจายรับ Blood Nova
- สลับแทงก์เมื่อมี Rune of Blood
- เมื่อ Beasts เกิด ให้สตัน ลดความเร็ว ผลัก และฆ่าก่อนมันถึงผู้เล่น
- เก็บคูลดาวน์ DPS และฮีลไว้ช่วงท้ายเมื่อ Mark มีจำนวนมากขึ้น
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Deathbringer Saurfang สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Blood Power, Mark of the Fallen Champion, Rune of Blood, Blood Beasts
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
ให้ DPS ระยะไกลกระจายรับ Blood Nova หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
สลับแทงก์เมื่อมี Rune of Blood หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
เมื่อ Beasts เกิด ให้สตัน ลดความเร็ว ผลัก และฆ่าก่อนมันถึงผู้เล่น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
เก็บคูลดาวน์ DPS และฮีลไว้ช่วงท้ายเมื่อ Mark มีจำนวนมากขึ้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 5 / 12 · Icecrown Citadel
Festergut
Plagueworks · รับ Inoculated สลับแทงก์ และเร่งดาเมจก่อนหมดเวลา
ลำดับความสำคัญของเรด
- กำหนดจุดรวมรับสปอร์สองจุด
- รับ Inoculated จากสปอร์ทุกครั้งโดยไม่ให้ดาเมจกระจายเกินจำเป็น
- สลับแทงก์ที่ Gastric Bloat เก้าชั้น
- วางคูลดาวน์รอบ Inhale ครั้งที่สามและ Pungent Blight
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Festergut สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Gaseous Blight, Gas Spore, Pungent Blight, Gastric Bloat
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
กำหนดจุดรวมรับสปอร์สองจุด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
รับ Inoculated จากสปอร์ทุกครั้งโดยไม่ให้ดาเมจกระจายเกินจำเป็น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
สลับแทงก์ที่ Gastric Bloat เก้าชั้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
วางคูลดาวน์รอบ Inhale ครั้งที่สามและ Pungent Blight หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 6 / 12 · Icecrown Citadel
Rotface
Plagueworks · พา Infection ไปแทงก์ลาก รวม Ooze และหลบการระเบิด
ลำดับความสำคัญของเรด
- คนติด Mutated Infection วิ่งไปหาแทงก์ที่รับหน้าที่ลาก Ooze ก่อนล้างดีบัฟ
- รวม Ooze ให้เป็นระบบแล้วออกห่างจากมัน
- กลุ่มที่บอสหลบ Slime Spray พร้อมกัน
- ตอนระเบิดให้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และกลับหลังวัตถุที่ยิงออกมาตกครบแล้ว
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Rotface สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mutated Infection, การรวม Ooze, Big Ooze, Slime Spray, น้ำท่วม
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
คนติด Mutated Infection วิ่งไปหาแทงก์ที่รับหน้าที่ลาก Ooze ก่อนล้างดีบัฟ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
รวม Ooze ให้เป็นระบบแล้วออกห่างจากมัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
กลุ่มที่บอสหลบ Slime Spray พร้อมกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ตอนระเบิดให้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และกลับหลังวัตถุที่ยิงออกมาตกครบแล้ว หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 7 / 12 · Icecrown Citadel
Professor Putricide
Plagueworks · คุม Abomination แยกวิธีรับ Ooze/Cloud และหมุนแทงก์ช่วงที่ 3
ลำดับความสำคัญของเรด
- มอบหมายคนขับ Abomination และกินสไลม์บนพื้น
- รวมกลุ่มแบ่งรับดาเมจ Volatile Ooze แต่วิ่งหนี Gas Cloud
- ฆ่าศัตรูเสริมที่เหลือก่อนเปลี่ยนช่วงใน Normal เพราะ Tear Gas จะทำให้เรดขยับไม่ได้ Heroic แทน Tear Gas ด้วยศัตรูเสริมสองตัวพร้อมกัน และใน 25 คนต้องทำตามกลุ่ม Ooze Variable/Gas Variable
- ช่วงที่ 3 หมุนแทงก์สามคนก่อน Mutated Plague สะสมจนเป็นอันตราย
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Professor Putricide สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mutated Abomination, Volatile Ooze, Gas Cloud, Malleable Goo และ Choking Gas, Mutated Plague
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
มอบหมายคนขับ Abomination และกินสไลม์บนพื้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
รวมกลุ่มแบ่งรับดาเมจ Volatile Ooze แต่วิ่งหนี Gas Cloud หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ฆ่าศัตรูเสริมที่เหลือก่อนเปลี่ยนช่วงใน Normal เพราะ Tear Gas จะทำให้เรดขยับไม่ได้ Heroic แทน Tear Gas ด้วยศัตรูเสริมสองตัวพร้อมกัน และใน 25 คนต้องทำตามกลุ่ม Ooze Variable/Gas Variable หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงที่ 3 หมุนแทงก์สามคนก่อน Mutated Plague สะสมจนเป็นอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 8 / 12 · Icecrown Citadel
Blood Prince Council
Crimson Hall · ตีเจ้าชายที่มีพลัง คุม Kinetic Bomb และแบ่งรับ Flame Orb
ลำดับความสำคัญของเรด
- มอบหมายคนดู Kinetic Bomb ทุกลูก
- เปลี่ยนไปทำดาเมจเจ้าชายที่กำลังได้รับ Invocation of Blood
- กระจายตอน Valanar ได้พลัง และเรียงแนวยาวช่วยรับ Flame Orb
- แทงก์ Keleseth เก็บลูก Dark Nucleus ก่อนช่วงเสริมพลัง
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Blood Prince Council สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Invocation of Blood, Kinetic Bomb, Empowered Shock Vortex, Empowered Flame Orb, แทงก์เจ้าชาย
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
มอบหมายคนดู Kinetic Bomb ทุกลูก หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
เปลี่ยนไปทำดาเมจเจ้าชายที่กำลังได้รับ Invocation of Blood หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
กระจายตอน Valanar ได้พลัง และเรียงแนวยาวช่วยรับ Flame Orb หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
แทงก์ Keleseth เก็บลูก Dark Nucleus ก่อนช่วงเสริมพลัง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 9 / 12 · Icecrown Citadel
Blood-Queen Lana’thel
Crimson Hall · วางลำดับกัด รวมคนติด Pact และทิ้ง Shadows ริมห้อง
ลำดับความสำคัญของเรด
- วางลำดับกัดทั้งหมดก่อนเริ่มสู้
- คนติด Pact รวมกันตรงกลางทันที
- นำ Swarming Shadows ไปวางเป็นแนวต่อเนื่องริมผนัง
- กระจายในช่วงบินและใช้สกิลรับ Fear กับคูลดาวน์เรด
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Blood-Queen Lana’thel สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Essence of the Blood Queen, ลำดับกัด, Pact of the Darkfallen, Swarming Shadows, ช่วงบิน
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
วางลำดับกัดทั้งหมดก่อนเริ่มสู้ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
คนติด Pact รวมกันตรงกลางทันที หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
นำ Swarming Shadows ไปวางเป็นแนวต่อเนื่องริมผนัง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
กระจายในช่วงบินและใช้สกิลรับ Fear กับคูลดาวน์เรด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 10 / 12 · Icecrown Citadel
Valithria Dreamwalker
Frostwing Halls · ฮีล Valithria ให้เต็ม เก็บบัฟในฝัน และหยุดศัตรูที่ขัดการฮีล
ลำดับความสำคัญของเรด
- มอบหมายฮีลเลอร์เข้าประตูและต่อเมฆให้บัฟสะสมไม่หมด
- ฆ่า Blazing Skeleton ก่อน ตามด้วย Suppressors และผู้ร่ายเวทอันตราย
- แทงก์ Abominations ห่างจากเรดแล้วฆ่าหนอนด้วยดาเมจหมู่
- ใช้ Bloodlust และคูลดาวน์ฮีลเมื่อ Emerald Vigor สะสมสูง
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Valithria Dreamwalker สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ เป้าหมายการต่อสู้, Dream Portal, Blazing Skeleton, Suppressors, Abominations
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
มอบหมายฮีลเลอร์เข้าประตูและต่อเมฆให้บัฟสะสมไม่หมด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ฆ่า Blazing Skeleton ก่อน ตามด้วย Suppressors และผู้ร่ายเวทอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
แทงก์ Abominations ห่างจากเรดแล้วฆ่าหนอนด้วยดาเมจหมู่ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ใช้ Bloodlust และคูลดาวน์ฮีลเมื่อ Emerald Vigor สะสมสูง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 11 / 12 · Icecrown Citadel
Sindragosa
Frostwing Halls · คุม Instability ใช้ Ice Tomb หลบ Frost Bomb และรีเซ็ต Mystic Buffet
ลำดับความสำคัญของเรด
- ให้เรดอยู่ข้างบอสและวิ่งออกหลัง Icy Grip
- ผู้ร่ายเวทหยุดร่ายเมื่อ Instability ถึงจำนวนที่ตกลงกัน
- วาง Ice Tomb ในช่วงบินตามจุดที่ทำเครื่องหมาย ใช้หลบ Frost Bomb และช่วยผู้เล่นออกหลังระเบิดลูกสุดท้าย
- ช่วงที่ 3 สลับระหว่างตีบอสกับหลบหลัง Ice Tomb เพื่อรีเซ็ต Mystic Buffet
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Sindragosa สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Frost Aura, Unchained Magic, Icy Grip, Ice Tomb และ Frost Bomb ช่วงบิน, ช่วงที่ 3
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
ให้เรดอยู่ข้างบอสและวิ่งออกหลัง Icy Grip หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ผู้ร่ายเวทหยุดร่ายเมื่อ Instability ถึงจำนวนที่ตกลงกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
วาง Ice Tomb ในช่วงบินตามจุดที่ทำเครื่องหมาย ใช้หลบ Frost Bomb และช่วยผู้เล่นออกหลังระเบิดลูกสุดท้าย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงที่ 3 สลับระหว่างตีบอสกับหลบหลัง Ice Tomb เพื่อรีเซ็ต Mystic Buffet หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
การต่อสู้ 12 / 12 · Icecrown Citadel
The Lich King
The Frozen Throne · ส่ง Plague คุม Spirits หยุด Val’kyr และหลบ Defile
ลำดับความสำคัญของเรด
- ช่วงที่ 1 ล้าง Necrotic Plague ให้ย้ายไปศัตรูเสริมและฆ่า Shambling Horror ก่อนตัวใหม่มา
- ช่วงเปลี่ยนเฟสไปขอบเวทีและเน้นฆ่า Raging Spirits
- ช่วงที่ 2 กระจายเพื่อ Defile แต่รวมตัวสำหรับ Val’kyr และใช้สตันกับลดความเร็ว
- ช่วงที่ 3 หลบ Vile Spirits และทำหน้าที่ใน Frostmourne
- Heroic ทั้งเรดจัดการช่วง Frostmourne ร่วมกัน
ก่อนเริ่มสู้
- ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ The Lich King สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
- ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Necrotic Plague, ช่วงเปลี่ยนเฟส, Infest, Val’kyr, Defile, Harvest Soul
- แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
- เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
อ้างอิงกลไก
แผนเฟสและแท็กติก
ช่วงที่ 1 ล้าง Necrotic Plague ให้ย้ายไปศัตรูเสริมและฆ่า Shambling Horror ก่อนตัวใหม่มา หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงเปลี่ยนเฟสไปขอบเวทีและเน้นฆ่า Raging Spirits หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงที่ 2 กระจายเพื่อ Defile แต่รวมตัวสำหรับ Val’kyr และใช้สตันกับลดความเร็ว หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
ช่วงที่ 3 หลบ Vile Spirits และทำหน้าที่ใน Frostmourne หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
Heroic ทั้งเรดจัดการช่วง Frostmourne ร่วมกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
โน้ตบทบาท
แทงก์
- คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
- แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย
ฮีลเลอร์
- แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
- จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์
DPS ระยะประชิด
- หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
- อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง
DPS ระยะไกล
- รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
- เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง
ฝ่ายสนับสนุน
- วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
- ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป
เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน
- อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
- ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
- การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
แหล่งข้อมูลและเวอร์ชันที่ครอบคลุม
จำนวนบอส รูปแบบการเปิด และการเปิดให้เล่นใน Classic ตรวจสอบจากประกาศ Blizzard ส่วนกลไกและบันทึกแพตช์เดิมเทียบกับประวัติการต่อสู้และแพตช์ของ Warcraft Wiki
- Blizzard · Icecrown Citadel เปิดแล้ว
worldofwarcraft.blizzard.com/en-us/news/24013834 - Blizzard · Fall of the Lich King เปิดแล้ว
worldofwarcraft.blizzard.com/en-gb/news/24013830 - Warcraft Wiki · Hellscream’s Warsong
warcraft.wiki.gg/wiki/Hellscream%27s_Warsong - Warcraft Wiki · คลังฮอตฟิกซ์ปี 2010
warcraft.wiki.gg/wiki/Hotfixes/2010_Archive
อัปเดต 19 สิงหาคม 2026 ไม่รวมการปรับคอนเทนต์เก่าในภาคเสริมที่ออกภายหลัง