WoW Anniversary

ค้นหาในเว็บไซต์

ป้อนคำค้นหาหรือกรองเนื้อหา

    Wrath of the Lich King · Tier 10 · Icecrown Citadel

    คู่มือเรด Icecrown Citadel

    กลยุทธ์สำหรับบอส 12 ตัว การเตรียมทีม และประวัติการปรับที่มีบันทึกตั้งแต่ Wrath ดั้งเดิมจนถึง Wrath Classic

    ภาษาไทย10 / 25 คนบอส 12 ตัวประวัติการเนิร์ฟและปรับเปลี่ยน

    วิธีใช้คู่มือ

    อ่านประวัติการปรับเรดและสรุปของบอสก่อนดูขั้นตอนละเอียด แต่ละส่วนแยกกลยุทธ์หลักที่ต้องทำ หน้าที่ของแต่ละบทบาท และกลไก Hard Mode หรือ Heroic ที่ต่างกันตามเวอร์ชัน

    คู่มือนี้ใช้กับ Wrath เลเวล 80 ไม่รวม Classic เลเวล 60, Timewalking หรือการปรับสเกลคอนเทนต์เก่าในภาคเสริมหลังจากนั้น

    Icecrown Citadel ตามลำดับความก้าวหน้าใน Wrath

    ไฟต์ทั้ง 12 ของ Tier 10 พาผู้เล่นผ่านห้าโซนไปหา Lich King คู่มือแยกความต่าง Normal/Heroic จำนวนครั้งจำกัดในการลองบอสท้ายโซน และบัฟเรดที่เพิ่มจาก 5% เป็น 30% ตามเวลา

    สำหรับผู้นำเรด: เลือกเวอร์ชัน 10 หรือ 25 คนก่อน ทบทวนความต่างระหว่าง Normal, Hard Mode และ Heroic แล้วแบ่งหน้าที่เฉพาะของบอสแต่ละตัวก่อนเริ่มสู้

    Icecrown Citadel: ประวัติการเนิร์ฟและปรับเปลี่ยน

    ไทม์ไลน์แยกการปรับความยากโดยตั้งใจ กำหนดการเปิด การเปลี่ยนของรางวัลและระบบตามให้ทัน รวมถึงการแก้บั๊กจริง ไม่เติมตัวเลขก่อนและหลังการปรับด้วยการคาดเดา

    ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงที่มีบันทึกผลต่อการเล่น
    แพตช์ 3.3 · 8 ธันวาคม 2009Icecrown Citadel ดั้งเดิมเปิดทีละโซน โดย Heroic และ Lich King ทยอยเปิดภายหลังกำหนดการเปิดจำกัดจังหวะความก้าวหน้า
    2 มีนาคม 2010Strength of Wrynn / Hellscream’s Warsong เริ่มทำงานที่ 5%เพิ่มพลังชีวิต การฮีล และดาเมจ ผู้เล่นเลือกปิดบัฟได้
    30 มีนาคม – 20 กรกฎาคม 2010บัฟเพิ่มครั้งละห้าจุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 10%, 15%, 20%, 25% และสุดท้าย 30%เป็นการลดความยากทั้งเรดแบบค่อยเป็นค่อยไปที่มีบันทึกชัดเจน
    Wrath ClassicWrath Classic เปิดทั้ง 12 ไฟต์พร้อมกันทั่วโลกวันที่ 12 ตุลาคม 2023 ทั้ง Normal และ Heroic ไม่ได้เปิดทีละโซนรายสัปดาห์เหมือนดั้งเดิมแยกการเปิดพร้อมกันของ Classic การเพิ่มบัฟเรด และฮอตฟิกซ์รายไฟต์ออกจากกัน

    ประวัติของบอสแต่ละตัวอ้างอิงไทม์ไลน์ของเรดนี้ และเสริมเฉพาะความต่างที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้นั้น

    Icecrown Citadel: ลำดับการต่อสู้กับบอส

    Lord Marrowgar

    การต่อสู้ 1 / 12 · Icecrown Citadel

    Lord Marrowgar

    Lower Citadel · ช่วยคนจาก Bone Spike หลบ Coldflame และกระจายช่วง Bone Storm

    10 / 25 คนเลเวล 80Lower Citadel
    สรุปสั้น: แทงก์ยืนซ้อนกัน ช่วยผู้เล่นออกจาก Bone Spike ทุกอันทันที DPS ระยะประชิดยืนภายในระยะตัวบอส แต่ยังต้องหลบไฟ ช่วง Bone Storm ให้กระจายตัวและอย่าอยู่ชิดบอส

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • แทงก์ยืนซ้อนกัน
    • ช่วยผู้เล่นออกจาก Bone Spike ทุกอันทันที
    • DPS ระยะประชิดยืนภายในระยะตัวบอส แต่ยังต้องหลบไฟ
    • ช่วง Bone Storm ให้กระจายตัวและอย่าอยู่ชิดบอส
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Lord Marrowgar สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Saber Lash, Bone Spike, Coldflame, Bone Storm
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Saber Lash
    Saber Lash แบ่งดาเมจระหว่างแทงก์
    Bone Spike
    Bone Spike เสียบตรึงผู้เล่น
    Coldflame
    Coldflame เคลื่อนเป็นเส้นตรง
    Bone Storm
    Bone Storm เลือกผู้เล่นหลายเป้าหมายและทิ้งแนวไฟ
    แผนเฟสและแท็กติก
    ให้แทงก์ยืนรวม
    แทงก์ยืนซ้อนกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ช่วยคนติดหนาม
    ช่วยผู้เล่นออกจาก Bone Spike ทุกอันทันที หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    หลบแนวไฟ
    DPS ระยะประชิดยืนภายในระยะตัวบอส แต่ยังต้องหลบไฟ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    กระจายช่วงพายุ
    ช่วง Bone Storm ให้กระจายตัวและอย่าอยู่ชิดบอส หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Lady Deathwhisper

    การต่อสู้ 2 / 12 · Icecrown Citadel

    Lady Deathwhisper

    Lower Citadel · ลด Mana Shield จัดการลัทธิ และสลับแทงก์ตามความคุกคามช่วงที่ 2

    10 / 25 คนเลเวล 80Lower Citadel
    สรุปสั้น: แบ่งกลุ่มรับศัตรูเสริมที่ประตูทั้งสองด้าน เน้นศัตรูที่ติด Empowered หรือ Deformed และขัดการร่ายของสายเวท ลดโล่ให้หมดเฉพาะตอนเคลียร์ศัตรูเสริมเรียบร้อย ช่วงที่ 2 สลับแทงก์เพราะ Touch of Insignificance: Normal ใช้ Taunt ได้ ส่วน Heroic ต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม วิ่งหนี Vengeful Shades และอย่าให้ชน

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • แบ่งกลุ่มรับศัตรูเสริมที่ประตูทั้งสองด้าน
    • เน้นศัตรูที่ติด Empowered หรือ Deformed และขัดการร่ายของสายเวท
    • ลดโล่ให้หมดเฉพาะตอนเคลียร์ศัตรูเสริมเรียบร้อย
    • ช่วงที่ 2 สลับแทงก์เพราะ Touch of Insignificance: Normal ใช้ Taunt ได้ ส่วน Heroic ต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม วิ่งหนี Vengeful Shades และอย่าให้ชน
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Lady Deathwhisper สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mana Shield, Cult Fanatic และ Adherent, Death and Decay, Frostbolt และ Touch of Insignificance
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Mana Shield
    ดาเมจในช่วงที่ 1 ลด Mana Shield
    Cult Fanatic และ Adherent
    Cult Fanatic และ Adherent ต้องใช้วิธีทำดาเมจและล้างเอฟเฟกต์ต่างกัน
    Death and Decay
    ออกจาก Death and Decay
    Frostbolt และ Touch of Insignificance
    ขัด Frostbolt โดย Touch of Insignificance ลดการสร้างความคุกคามของแทงก์ Normal สลับด้วย Taunt ได้ แต่ Heroic บอสไม่รับ Taunt จึงต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม
    แผนเฟสและแท็กติก
    แบ่งทีมประตู
    แบ่งกลุ่มรับศัตรูเสริมที่ประตูทั้งสองด้าน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    จัดการศัตรูพิเศษ
    เน้นศัตรูที่ติด Empowered หรือ Deformed และขัดการร่ายของสายเวท หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เลือกจังหวะลดโล่
    ลดโล่ให้หมดเฉพาะตอนเคลียร์ศัตรูเสริมเรียบร้อย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    สลับแทงก์และหนี Shades
    ช่วงที่ 2 สลับแทงก์เพราะ Touch of Insignificance: Normal ใช้ Taunt ได้ ส่วน Heroic ต้องเปลี่ยนตามลำดับความคุกคาม วิ่งหนี Vengeful Shades และอย่าให้ชน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Icecrown Gunship Battle

    การต่อสู้ 3 / 12 · Icecrown Citadel

    Icecrown Gunship Battle

    Rampart of Skulls · แบ่งมือปืน ทีมบุกเรือ และหลบจรวด

    10 / 25 คนเลเวล 80Rampart of Skulls
    สรุปสั้น: มอบหมายมือปืนสองคนและทีมบุกเรือ ยิง Axethrowers หรือ Riflemen และเรือศัตรู แต่ไม่ให้ปืน Overheat กระโดดไปหา Battle-Mage โดยให้แทงก์นำ แล้วกลับก่อนบัฟบอสสะสมอันตราย หลบเครื่องหมายจรวดบนดาดฟ้าเรือตัวเอง

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • มอบหมายมือปืนสองคนและทีมบุกเรือ
    • ยิง Axethrowers หรือ Riflemen และเรือศัตรู แต่ไม่ให้ปืน Overheat
    • กระโดดไปหา Battle-Mage โดยให้แทงก์นำ แล้วกลับก่อนบัฟบอสสะสมอันตราย
    • หลบเครื่องหมายจรวดบนดาดฟ้าเรือตัวเอง
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Icecrown Gunship Battle สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ ปืนใหญ่, Battle-Mage, แทงก์ทีมบุก, Rocket Artillery
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    ปืนใหญ่
    ปืนใหญ่สะสม Heat และสร้างดาเมจต่อเรือศัตรู
    Battle-Mage
    Battle-Mage แช่แข็งปืนใหญ่
    แทงก์ทีมบุก
    แทงก์ที่ขึ้นเรือศัตรูรับมือบัฟสะสมของ Muradin หรือ Saurfang
    Rocket Artillery
    Rocket Artillery ทำเครื่องหมายบนพื้นก่อนโจมตี
    แผนเฟสและแท็กติก
    แบ่งทีม
    มอบหมายมือปืนสองคนและทีมบุกเรือ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ยิงโดยไม่ร้อนเกิน
    ยิง Axethrowers หรือ Riflemen และเรือศัตรู แต่ไม่ให้ปืน Overheat หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    บุกและกลับเรือ
    กระโดดไปหา Battle-Mage โดยให้แทงก์นำ แล้วกลับก่อนบัฟบอสสะสมอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    หลบจรวด
    หลบเครื่องหมายจรวดบนดาดฟ้าเรือตัวเอง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Deathbringer Saurfang

    การต่อสู้ 4 / 12 · Icecrown Citadel

    Deathbringer Saurfang

    Deathbringer’s Rise · ลด Blood Power เก็บ Beasts และฮีลคนติด Mark

    10 / 25 คนเลเวล 80Deathbringer’s Rise
    สรุปสั้น: ให้ DPS ระยะไกลกระจายรับ Blood Nova สลับแทงก์เมื่อมี Rune of Blood เมื่อ Beasts เกิด ให้สตัน ลดความเร็ว ผลัก และฆ่าก่อนมันถึงผู้เล่น เก็บคูลดาวน์ DPS และฮีลไว้ช่วงท้ายเมื่อ Mark มีจำนวนมากขึ้น

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • ให้ DPS ระยะไกลกระจายรับ Blood Nova
    • สลับแทงก์เมื่อมี Rune of Blood
    • เมื่อ Beasts เกิด ให้สตัน ลดความเร็ว ผลัก และฆ่าก่อนมันถึงผู้เล่น
    • เก็บคูลดาวน์ DPS และฮีลไว้ช่วงท้ายเมื่อ Mark มีจำนวนมากขึ้น
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Deathbringer Saurfang สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Blood Power, Mark of the Fallen Champion, Rune of Blood, Blood Beasts
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Blood Power
    ดาเมจจาก Blood Nova, Blood Beasts และดีบัฟแทงก์เพิ่ม Blood Power
    Mark of the Fallen Champion
    เมื่อครบ 100 Blood Power จะใช้ Mark of the Fallen Champion
    Rune of Blood
    Rune of Blood ทำให้ต้องสลับแทงก์
    Blood Beasts
    ห้ามปล่อยให้ Beasts โจมตีโดนผู้เล่น
    แผนเฟสและแท็กติก
    กระจายระยะไกล
    ให้ DPS ระยะไกลกระจายรับ Blood Nova หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    สลับแทงก์
    สลับแทงก์เมื่อมี Rune of Blood หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    หยุดและฆ่า Beasts
    เมื่อ Beasts เกิด ให้สตัน ลดความเร็ว ผลัก และฆ่าก่อนมันถึงผู้เล่น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เตรียมช่วงท้าย
    เก็บคูลดาวน์ DPS และฮีลไว้ช่วงท้ายเมื่อ Mark มีจำนวนมากขึ้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Festergut

    การต่อสู้ 5 / 12 · Icecrown Citadel

    Festergut

    Plagueworks · รับ Inoculated สลับแทงก์ และเร่งดาเมจก่อนหมดเวลา

    10 / 25 คนเลเวล 80Plagueworks
    สรุปสั้น: กำหนดจุดรวมรับสปอร์สองจุด รับ Inoculated จากสปอร์ทุกครั้งโดยไม่ให้ดาเมจกระจายเกินจำเป็น สลับแทงก์ที่ Gastric Bloat เก้าชั้น วางคูลดาวน์รอบ Inhale ครั้งที่สามและ Pungent Blight

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • กำหนดจุดรวมรับสปอร์สองจุด
    • รับ Inoculated จากสปอร์ทุกครั้งโดยไม่ให้ดาเมจกระจายเกินจำเป็น
    • สลับแทงก์ที่ Gastric Bloat เก้าชั้น
    • วางคูลดาวน์รอบ Inhale ครั้งที่สามและ Pungent Blight
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Festergut สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Gaseous Blight, Gas Spore, Pungent Blight, Gastric Bloat
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Gaseous Blight
    Inhale แต่ละครั้งลด Gaseous Blight ในห้อง แต่เพิ่มดาเมจที่แทงก์รับ
    Gas Spore
    Gas Spore ให้ Inoculated หนึ่งชั้น
    Pungent Blight
    ต้องมี Inoculated สามชั้นเพื่อรับ Pungent Blight
    Gastric Bloat
    Gastric Bloat ระเบิดเมื่อครบสิบชั้น
    แผนเฟสและแท็กติก
    กำหนดจุดสปอร์
    กำหนดจุดรวมรับสปอร์สองจุด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รับบัฟให้ครบ
    รับ Inoculated จากสปอร์ทุกครั้งโดยไม่ให้ดาเมจกระจายเกินจำเป็น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    สลับที่เก้าชั้น
    สลับแทงก์ที่ Gastric Bloat เก้าชั้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ใช้คูลดาวน์ตรงจังหวะ
    วางคูลดาวน์รอบ Inhale ครั้งที่สามและ Pungent Blight หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Rotface

    การต่อสู้ 6 / 12 · Icecrown Citadel

    Rotface

    Plagueworks · พา Infection ไปแทงก์ลาก รวม Ooze และหลบการระเบิด

    10 / 25 คนเลเวล 80Plagueworks
    สรุปสั้น: คนติด Mutated Infection วิ่งไปหาแทงก์ที่รับหน้าที่ลาก Ooze ก่อนล้างดีบัฟ รวม Ooze ให้เป็นระบบแล้วออกห่างจากมัน กลุ่มที่บอสหลบ Slime Spray พร้อมกัน ตอนระเบิดให้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และกลับหลังวัตถุที่ยิงออกมาตกครบแล้ว

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • คนติด Mutated Infection วิ่งไปหาแทงก์ที่รับหน้าที่ลาก Ooze ก่อนล้างดีบัฟ
    • รวม Ooze ให้เป็นระบบแล้วออกห่างจากมัน
    • กลุ่มที่บอสหลบ Slime Spray พร้อมกัน
    • ตอนระเบิดให้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และกลับหลังวัตถุที่ยิงออกมาตกครบแล้ว
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Rotface สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mutated Infection, การรวม Ooze, Big Ooze, Slime Spray, น้ำท่วม
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Mutated Infection
    ล้าง Mutated Infection แล้วจะเกิด Small Ooze
    การรวม Ooze
    Small Ooze สองตัวรวมเป็น Big Ooze
    Big Ooze
    Big Ooze สะสมชั้นแล้วระเบิด
    Slime Spray
    Slime Spray โจมตีกรวยด้านหน้า
    น้ำท่วม
    บางส่วนของห้องถูกน้ำท่วมและใช้ยืนไม่ได้
    แผนเฟสและแท็กติก
    ล้างเมื่อถึงแทงก์
    คนติด Mutated Infection วิ่งไปหาแทงก์ที่รับหน้าที่ลาก Ooze ก่อนล้างดีบัฟ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รวม Ooze
    รวม Ooze ให้เป็นระบบแล้วออกห่างจากมัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    หลบ Spray
    กลุ่มที่บอสหลบ Slime Spray พร้อมกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ย้ายออกตอนระเบิด
    ตอนระเบิดให้ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม และกลับหลังวัตถุที่ยิงออกมาตกครบแล้ว หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Professor Putricide

    การต่อสู้ 7 / 12 · Icecrown Citadel

    Professor Putricide

    Plagueworks · คุม Abomination แยกวิธีรับ Ooze/Cloud และหมุนแทงก์ช่วงที่ 3

    10 / 25 คนเลเวล 80Plagueworks
    สรุปสั้น: มอบหมายคนขับ Abomination และกินสไลม์บนพื้น รวมกลุ่มแบ่งรับดาเมจ Volatile Ooze แต่วิ่งหนี Gas Cloud ฆ่าศัตรูเสริมที่เหลือก่อนเปลี่ยนช่วงใน Normal เพราะ Tear Gas จะทำให้เรดขยับไม่ได้ Heroic แทน Tear Gas ด้วยศัตรูเสริมสองตัวพร้อมกัน และใน 25 คนต้องทำตามกลุ่ม Ooze Variable/Gas Variable ช่วงที่ 3 หมุนแทงก์สามคนก่อน Mutated Plague สะสมจนเป็นอันตราย

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • มอบหมายคนขับ Abomination และกินสไลม์บนพื้น
    • รวมกลุ่มแบ่งรับดาเมจ Volatile Ooze แต่วิ่งหนี Gas Cloud
    • ฆ่าศัตรูเสริมที่เหลือก่อนเปลี่ยนช่วงใน Normal เพราะ Tear Gas จะทำให้เรดขยับไม่ได้ Heroic แทน Tear Gas ด้วยศัตรูเสริมสองตัวพร้อมกัน และใน 25 คนต้องทำตามกลุ่ม Ooze Variable/Gas Variable
    • ช่วงที่ 3 หมุนแทงก์สามคนก่อน Mutated Plague สะสมจนเป็นอันตราย
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Professor Putricide สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Mutated Abomination, Volatile Ooze, Gas Cloud, Malleable Goo และ Choking Gas, Mutated Plague
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Mutated Abomination
    Mutated Abomination กินสไลม์และลดความเร็วศัตรูเสริม
    Volatile Ooze
    Volatile Ooze เชื่อมกับเป้าหมายและต้องแบ่งรับดาเมจ
    Gas Cloud
    Gas Cloud ไล่ผู้ที่ติด Bloat
    Malleable Goo และ Choking Gas
    หลบ Malleable Goo และ Choking Gas
    Mutated Plague
    Mutated Plague สะสมบนแทงก์ในช่วงที่ 3
    แผนเฟสและแท็กติก
    คุมสไลม์บนพื้น
    มอบหมายคนขับ Abomination และกินสไลม์บนพื้น หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    แยกวิธีรับศัตรูสองชนิด
    รวมกลุ่มแบ่งรับดาเมจ Volatile Ooze แต่วิ่งหนี Gas Cloud หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เตรียมเปลี่ยนช่วง
    ฆ่าศัตรูเสริมที่เหลือก่อนเปลี่ยนช่วงใน Normal เพราะ Tear Gas จะทำให้เรดขยับไม่ได้ Heroic แทน Tear Gas ด้วยศัตรูเสริมสองตัวพร้อมกัน และใน 25 คนต้องทำตามกลุ่ม Ooze Variable/Gas Variable หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    หมุนแทงก์ช่วงท้าย
    ช่วงที่ 3 หมุนแทงก์สามคนก่อน Mutated Plague สะสมจนเป็นอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Blood Prince Council

    การต่อสู้ 8 / 12 · Icecrown Citadel

    Blood Prince Council

    Crimson Hall · ตีเจ้าชายที่มีพลัง คุม Kinetic Bomb และแบ่งรับ Flame Orb

    10 / 25 คนเลเวล 80Crimson Hall
    สรุปสั้น: มอบหมายคนดู Kinetic Bomb ทุกลูก เปลี่ยนไปทำดาเมจเจ้าชายที่กำลังได้รับ Invocation of Blood กระจายตอน Valanar ได้พลัง และเรียงแนวยาวช่วยรับ Flame Orb แทงก์ Keleseth เก็บลูก Dark Nucleus ก่อนช่วงเสริมพลัง

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • มอบหมายคนดู Kinetic Bomb ทุกลูก
    • เปลี่ยนไปทำดาเมจเจ้าชายที่กำลังได้รับ Invocation of Blood
    • กระจายตอน Valanar ได้พลัง และเรียงแนวยาวช่วยรับ Flame Orb
    • แทงก์ Keleseth เก็บลูก Dark Nucleus ก่อนช่วงเสริมพลัง
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Blood Prince Council สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Invocation of Blood, Kinetic Bomb, Empowered Shock Vortex, Empowered Flame Orb, แทงก์เจ้าชาย
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Invocation of Blood
    เฉพาะเจ้าชายที่มี Invocation of Blood เท่านั้นที่รับดาเมจ
    Kinetic Bomb
    ใช้การโจมตีระยะไกลเลี้ยง Kinetic Bomb ไม่ให้ตกพื้น
    Empowered Shock Vortex
    Empowered Shock Vortex ต้องกระจายตัวกว้าง
    Empowered Flame Orb
    Empowered Flame Orb เล็กลงเมื่อผ่านผู้เล่นระหว่างทาง
    แทงก์เจ้าชาย
    วิธีแทงก์ Taldaram และ Keleseth ต่างกัน
    แผนเฟสและแท็กติก
    เฝ้า Kinetic Bomb
    มอบหมายคนดู Kinetic Bomb ทุกลูก หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ตีเจ้าชายที่ถูกตัว
    เปลี่ยนไปทำดาเมจเจ้าชายที่กำลังได้รับ Invocation of Blood หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รับกลไกเสริมพลัง
    กระจายตอน Valanar ได้พลัง และเรียงแนวยาวช่วยรับ Flame Orb หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เตรียมแทงก์ Keleseth
    แทงก์ Keleseth เก็บลูก Dark Nucleus ก่อนช่วงเสริมพลัง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Blood-Queen Lana’thel

    การต่อสู้ 9 / 12 · Icecrown Citadel

    Blood-Queen Lana’thel

    Crimson Hall · วางลำดับกัด รวมคนติด Pact และทิ้ง Shadows ริมห้อง

    10 / 25 คนเลเวล 80Crimson Hall
    สรุปสั้น: วางลำดับกัดทั้งหมดก่อนเริ่มสู้ คนติด Pact รวมกันตรงกลางทันที นำ Swarming Shadows ไปวางเป็นแนวต่อเนื่องริมผนัง กระจายในช่วงบินและใช้สกิลรับ Fear กับคูลดาวน์เรด

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • วางลำดับกัดทั้งหมดก่อนเริ่มสู้
    • คนติด Pact รวมกันตรงกลางทันที
    • นำ Swarming Shadows ไปวางเป็นแนวต่อเนื่องริมผนัง
    • กระจายในช่วงบินและใช้สกิลรับ Fear กับคูลดาวน์เรด
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Blood-Queen Lana’thel สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Essence of the Blood Queen, ลำดับกัด, Pact of the Darkfallen, Swarming Shadows, ช่วงบิน
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Essence of the Blood Queen
    Essence of the Blood Queen เพิ่มดาเมจและบังคับให้กัดผู้เล่นคนใหม่
    ลำดับกัด
    กัดผิดคนหรือช้าเกินไปจะทำให้ถูกควบคุมจิตใจ
    Pact of the Darkfallen
    เป้าหมาย Pact of the Darkfallen ต้องมารวมกัน
    Swarming Shadows
    ทิ้ง Swarming Shadows ที่ขอบห้อง
    ช่วงบิน
    ช่วงบินสร้างดาเมจกระจายใส่คนใกล้กัน
    แผนเฟสและแท็กติก
    วางลำดับกัด
    วางลำดับกัดทั้งหมดก่อนเริ่มสู้ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รวม Pact
    คนติด Pact รวมกันตรงกลางทันที หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    พา Shadows ไปขอบ
    นำ Swarming Shadows ไปวางเป็นแนวต่อเนื่องริมผนัง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    กระจายช่วงบิน
    กระจายในช่วงบินและใช้สกิลรับ Fear กับคูลดาวน์เรด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Valithria Dreamwalker

    การต่อสู้ 10 / 12 · Icecrown Citadel

    Valithria Dreamwalker

    Frostwing Halls · ฮีล Valithria ให้เต็ม เก็บบัฟในฝัน และหยุดศัตรูที่ขัดการฮีล

    10 / 25 คนเลเวล 80Frostwing Halls
    สรุปสั้น: มอบหมายฮีลเลอร์เข้าประตูและต่อเมฆให้บัฟสะสมไม่หมด ฆ่า Blazing Skeleton ก่อน ตามด้วย Suppressors และผู้ร่ายเวทอันตราย แทงก์ Abominations ห่างจากเรดแล้วฆ่าหนอนด้วยดาเมจหมู่ ใช้ Bloodlust และคูลดาวน์ฮีลเมื่อ Emerald Vigor สะสมสูง

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • มอบหมายฮีลเลอร์เข้าประตูและต่อเมฆให้บัฟสะสมไม่หมด
    • ฆ่า Blazing Skeleton ก่อน ตามด้วย Suppressors และผู้ร่ายเวทอันตราย
    • แทงก์ Abominations ห่างจากเรดแล้วฆ่าหนอนด้วยดาเมจหมู่
    • ใช้ Bloodlust และคูลดาวน์ฮีลเมื่อ Emerald Vigor สะสมสูง
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Valithria Dreamwalker สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ เป้าหมายการต่อสู้, Dream Portal, Blazing Skeleton, Suppressors, Abominations
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    เป้าหมายการต่อสู้
    ชนะไฟต์ด้วยการฮีล Valithria จนพลังชีวิตเต็ม
    Dream Portal
    Dream Portal ให้ฮีลเลอร์สะสม Emerald Vigor
    Blazing Skeleton
    Lay Waste ของ Blazing Skeleton เป็นภัยจากศัตรูเสริมที่สำคัญที่สุด
    Suppressors
    Suppressors ลดการฮีลที่ Valithria ได้รับ
    Abominations
    Abominations สร้าง Rot Worms
    แผนเฟสและแท็กติก
    ต่อบัฟในฝัน
    มอบหมายฮีลเลอร์เข้าประตูและต่อเมฆให้บัฟสะสมไม่หมด หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เลือกลำดับศัตรู
    ฆ่า Blazing Skeleton ก่อน ตามด้วย Suppressors และผู้ร่ายเวทอันตราย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    แทงก์และเก็บหนอน
    แทงก์ Abominations ห่างจากเรดแล้วฆ่าหนอนด้วยดาเมจหมู่ หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เร่งฮีลเมื่อบัฟสูง
    ใช้ Bloodlust และคูลดาวน์ฮีลเมื่อ Emerald Vigor สะสมสูง หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    Sindragosa

    การต่อสู้ 11 / 12 · Icecrown Citadel

    Sindragosa

    Frostwing Halls · คุม Instability ใช้ Ice Tomb หลบ Frost Bomb และรีเซ็ต Mystic Buffet

    10 / 25 คนเลเวล 80Frostwing Halls
    สรุปสั้น: ให้เรดอยู่ข้างบอสและวิ่งออกหลัง Icy Grip ผู้ร่ายเวทหยุดร่ายเมื่อ Instability ถึงจำนวนที่ตกลงกัน วาง Ice Tomb ในช่วงบินตามจุดที่ทำเครื่องหมาย ใช้หลบ Frost Bomb และช่วยผู้เล่นออกหลังระเบิดลูกสุดท้าย ช่วงที่ 3 สลับระหว่างตีบอสกับหลบหลัง Ice Tomb เพื่อรีเซ็ต Mystic Buffet

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • ให้เรดอยู่ข้างบอสและวิ่งออกหลัง Icy Grip
    • ผู้ร่ายเวทหยุดร่ายเมื่อ Instability ถึงจำนวนที่ตกลงกัน
    • วาง Ice Tomb ในช่วงบินตามจุดที่ทำเครื่องหมาย ใช้หลบ Frost Bomb และช่วยผู้เล่นออกหลังระเบิดลูกสุดท้าย
    • ช่วงที่ 3 สลับระหว่างตีบอสกับหลบหลัง Ice Tomb เพื่อรีเซ็ต Mystic Buffet
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ Sindragosa สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Frost Aura, Unchained Magic, Icy Grip, Ice Tomb และ Frost Bomb ช่วงบิน, ช่วงที่ 3
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Frost Aura
    Frost Aura สร้างดาเมจต่อเนื่อง
    Unchained Magic
    Unchained Magic เพิ่ม Instability ทุกครั้งที่ร่าย
    Icy Grip
    Icy Grip ดึงทุกคนเข้ากลางก่อน Blistering Cold
    Ice Tomb และ Frost Bomb ช่วงบิน
    ผู้เล่นที่มีเครื่องหมายถูกแช่ใน Ice Tomb คนอื่นใช้หลุมศพบังแนวสายตาจากจุดระเบิด Frost Bomb เก็บที่กำบังที่จำเป็นไว้จนผ่านระเบิดลูกสุดท้าย
    ช่วงที่ 3
    Mystic Buffet สะสมในช่วงที่ 3 หากไม่ใช้ Ice Tomb บังสายตา
    แผนเฟสและแท็กติก
    ยืนข้างและวิ่งออก
    ให้เรดอยู่ข้างบอสและวิ่งออกหลัง Icy Grip หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    คุมจำนวน Instability
    ผู้ร่ายเวทหยุดร่ายเมื่อ Instability ถึงจำนวนที่ตกลงกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เก็บที่กำบังจนจบระเบิด
    วาง Ice Tomb ในช่วงบินตามจุดที่ทำเครื่องหมาย ใช้หลบ Frost Bomb และช่วยผู้เล่นออกหลังระเบิดลูกสุดท้าย หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รีเซ็ต Mystic Buffet
    ช่วงที่ 3 สลับระหว่างตีบอสกับหลบหลัง Ice Tomb เพื่อรีเซ็ต Mystic Buffet หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง
    The Lich King

    การต่อสู้ 12 / 12 · Icecrown Citadel

    The Lich King

    The Frozen Throne · ส่ง Plague คุม Spirits หยุด Val’kyr และหลบ Defile

    10 / 25 คนเลเวล 80The Frozen Throne
    สรุปสั้น: ช่วงที่ 1 ล้าง Necrotic Plague ให้ย้ายไปศัตรูเสริมและฆ่า Shambling Horror ก่อนตัวใหม่มา ช่วงเปลี่ยนเฟสไปขอบเวทีและเน้นฆ่า Raging Spirits ช่วงที่ 2 กระจายเพื่อ Defile แต่รวมตัวสำหรับ Val’kyr และใช้สตันกับลดความเร็ว ช่วงที่ 3 หลบ Vile Spirits และทำหน้าที่ใน Frostmourne Heroic ทั้งเรดจัดการช่วง Frostmourne ร่วมกัน

    ลำดับความสำคัญของเรด

    • ช่วงที่ 1 ล้าง Necrotic Plague ให้ย้ายไปศัตรูเสริมและฆ่า Shambling Horror ก่อนตัวใหม่มา
    • ช่วงเปลี่ยนเฟสไปขอบเวทีและเน้นฆ่า Raging Spirits
    • ช่วงที่ 2 กระจายเพื่อ Defile แต่รวมตัวสำหรับ Val’kyr และใช้สตันกับลดความเร็ว
    • ช่วงที่ 3 หลบ Vile Spirits และทำหน้าที่ใน Frostmourne
    • Heroic ทั้งเรดจัดการช่วง Frostmourne ร่วมกัน
    ก่อนเริ่มสู้
    • ทบทวนหน้าที่แทงก์ ฮีลเลอร์ และ DPS ของ The Lich King สำหรับทีม 10 หรือ 25 คน
    • ทำเครื่องหมายจุดเคลื่อนที่และจุดรวมตัวสำหรับ Necrotic Plague, ช่วงเปลี่ยนเฟส, Infest, Val’kyr, Defile, Harvest Soul
    • แบ่งหน้าที่ขัดการร่าย ล้างดีบัฟ ควบคุมศัตรู และเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเริ่มสู้
    • เก็บคูลดาวน์ส่วนตัวและของเรดไว้สำหรับช่วงที่อันตรายที่สุด
    อ้างอิงกลไก
    Necrotic Plague
    ส่ง Necrotic Plague ไปยัง Shambling Horrors
    ช่วงเปลี่ยนเฟส
    ช่วงเปลี่ยนเฟสต้องคุม Raging Spirits
    Infest
    ฮีลพลังชีวิตให้เกินเกณฑ์ของ Infest อย่างรวดเร็ว
    Val’kyr
    Val’kyr อุ้มผู้เล่นไปขอบเวที
    Defile
    Defile ขยายทุกครั้งที่สร้างดาเมจโดนผู้เล่น
    Harvest Soul
    Harvest Soul ส่งผู้เล่นเข้า Frostmourne
    แผนเฟสและแท็กติก
    ส่ง Plague ไปศัตรู
    ช่วงที่ 1 ล้าง Necrotic Plague ให้ย้ายไปศัตรูเสริมและฆ่า Shambling Horror ก่อนตัวใหม่มา หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    เก็บ Spirits ช่วงเปลี่ยน
    ช่วงเปลี่ยนเฟสไปขอบเวทีและเน้นฆ่า Raging Spirits หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    รับมือ Defile และ Val’kyr
    ช่วงที่ 2 กระจายเพื่อ Defile แต่รวมตัวสำหรับ Val’kyr และใช้สตันกับลดความเร็ว หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ทำหน้าที่ช่วงท้าย
    ช่วงที่ 3 หลบ Vile Spirits และทำหน้าที่ใน Frostmourne หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    ร่วมมือใน Frostmourne Heroic
    Heroic ทั้งเรดจัดการช่วง Frostmourne ร่วมกัน หัวหน้าเรดยืนยันว่าจัดการเรียบร้อยก่อนเปลี่ยนเป้าหมายหรือเข้าสู่ช่วงถัดไป
    โน้ตบทบาท

    แทงก์

    • คุมทิศที่บอสหัน แยกศัตรูเสริมออกจากกลุ่ม และสลับแทงก์ตามดีบัฟหรือช่วงการต่อสู้
    • แจ้งฮีลเลอร์ล่วงหน้าเมื่อจะใช้สกิลป้องกันหรือสลับแทงก์ในจังหวะอันตราย

    ฮีลเลอร์

    • แบ่งคนฮีลแทงก์ ฮีลกลุ่ม และล้างดีบัฟก่อนเริ่มสู้
    • จัดคูลดาวน์ของเรดให้ตรงกับช่วงดาเมจหนักที่คาดได้ โดยไม่ใช้ซ้อนกันโดยเปล่าประโยชน์

    DPS ระยะประชิด

    • หลบพื้นที่อันตรายด้านหน้าและด้านหลัง แล้วเปลี่ยนไปตีศัตรูเสริมทันทีเมื่อมีคำสั่ง
    • อย่าละเลยการเคลื่อนที่หรือการช่วยรับดาเมจเพื่อรักษาเวลาทำดาเมจของตัวเอง

    DPS ระยะไกล

    • รักษาระยะห่างตามที่กำหนด และให้ความสำคัญกับศัตรูเสริมที่อยู่ไกล ลูกแก้ว หรือเป้าหมายเคลื่อนที่
    • เก็บสกิลที่ใช้ระหว่างเดินได้ไว้สำหรับจังหวะที่ต้องย้ายตำแหน่ง

    ฝ่ายสนับสนุน

    • วางลำดับขัดการร่าย ลบบัฟศัตรู สตัน ลดความเร็ว และสกิลภูมิคุ้มกันตามการต่อสู้
    • ใช้การชุบชีวิตระหว่างสู้เมื่อบทบาทที่ตายจำเป็นต่อกลไกถัดไป

    เนิร์ฟ: สิ่งที่เปลี่ยน

    • อ่านประวัติของบอสนี้ร่วมกับไทม์ไลน์ Icecrown Citadel โดยแยก Wrath ดั้งเดิมออกจาก Wrath Classic
    • ไม่ระบุตัวเลขเนิร์ฟเฉพาะบอสหากไม่มีแหล่งอ้างอิงแพตช์หรือฮอตฟิกซ์ และแยกการแก้บั๊กออกจากการเนิร์ฟ
    • การลดระดับเลเวล Timewalking และการปรับให้เล่นคนเดียวได้ในภาคเสริมหลังจากนั้นไม่อยู่ในกลยุทธ์เลเวล 80
    Wrath ดั้งเดิมWrath Classicขอบเขตแหล่งอ้างอิง

    แหล่งข้อมูลและเวอร์ชันที่ครอบคลุม

    จำนวนบอส รูปแบบการเปิด และการเปิดให้เล่นใน Classic ตรวจสอบจากประกาศ Blizzard ส่วนกลไกและบันทึกแพตช์เดิมเทียบกับประวัติการต่อสู้และแพตช์ของ Warcraft Wiki

    1. Blizzard · Icecrown Citadel เปิดแล้ว
      worldofwarcraft.blizzard.com/en-us/news/24013834
    2. Blizzard · Fall of the Lich King เปิดแล้ว
      worldofwarcraft.blizzard.com/en-gb/news/24013830
    3. Warcraft Wiki · Hellscream’s Warsong
      warcraft.wiki.gg/wiki/Hellscream%27s_Warsong
    4. Warcraft Wiki · คลังฮอตฟิกซ์ปี 2010
      warcraft.wiki.gg/wiki/Hotfixes/2010_Archive

    อัปเดต 19 สิงหาคม 2026 ไม่รวมการปรับคอนเทนต์เก่าในภาคเสริมที่ออกภายหลัง

    WoW Anniversary